มกราคม 2012
อา พฤ
« ธ.ค.    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

ปีหน้ามาแน่.. WiGig เทคโนโลยีที่ช่วยเชื่อมต่ออุปกรณ์คอมทุกชนิดแบบไร้สาย !!

นับวันชีวิตเรายิ่งจะสะดวกสบายขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการเชื่อมต่อแบบต่างๆของอุปกรณ์ในชีวิตประจำวันที่ยิ่งเชื่อมต่อกันได้สะดวกมากขึ้น โดยหลักๆก็คือการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่เรามักจะเห็นกันในอุปกรณ์ต่างๆรอบตัว แต่เราก็ยังเห็นอุปกรณ์มีสายที่ยังใช้งานอยู่มาก เนื่องด้วยบางอย่างก็จำเป็นต้องใช้จริงๆ เพราะ bandwidth ของการเชื่อมต่อแบบไร้สายนั้นไม่เพียงพอหรือไม่เสถียรพอที่จะใช้งาน แต่ไม่แน่ ในปีหน้าเราอาจจะได้เห็นการเชื่อมต่อแบบไร้สายกันมากขึ้นแล้ว เพราะจะเริ่มมีเทคโนโลยีใหม่ที่ชื่อว่า WiGig เข้ามาเคาะประตูบ้านเราแล้ว ซึ่งหน้าที่หลักๆของ WiGig ก็คือใช้เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่ออุปกรณ์คอมของเรานั่นเองwigig

โดยตัว WiGig นั้นมีชื่อเต็มว่า Wireless Gigabit ซึ่งชื่อก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าความเร็วของการเชื่อมต่อจะสูงถึงระดับ Gigabit ตัวคลื่นนั้นจะใช้ความถี่ที่สูงถึง 60 GHz ซึ่งทำให้คลื่นไม่สามารถทะลุผ่านกำแพงได้ และมีระยะทำการแค่ 10 เมตรเท่านั้น แต่ก็ช่วยให้ความเร็วในการโอนถ่านข้อมูลที่สูงมาก เนื่องด้วยระยะทำการที่ค่อนข้างสั้นนั้นเอง ทำให้มันไม่ได้ถูกสร้างมาแทนที่บรรดา WiFi ที่ความถี่ 2.4 GHz หรือ 5 GHz ที่เราใช้กันในปัจจุบัน

wigig_intro_ces-4f10763-intro-thumb-640xauto-29342นอกจากนี้ตัว WiGig ยังมีความสามารถในการรับส่งข้อมูลได้หลายช่องทางและหลายอุปกรณ์พร้อมๆกัน นึกภาพการใช้งานง่ายๆก็คือสถานการณ์ที่คนสตรีม video ไปยัง projector 3 ตัวพร้อมๆกันก็ได้ครับ นั่นคือความสามารถของ WiGig ที่สามารถทำได้ ทั้งนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับ bandwidth ที่กว้างถึง 60 GHz โดยเอาเข้าจริงแล้ว มันจะถูกแบ่งไปให้อุปกรณ์ละ 2 GHz ทำให้เราสามารถต่อใช้งานอุปกรณ์ที่ทำงานอยู่ในเวลาเดียวกันได้ถึงกว่า 30 ชิ้นได้เลยทีเดียว (ตามทฤษฎีนะ)
WigGig

ส่วนในเรื่องของการใช้งานนั้น คาดว่าเราน่าจะได้เห็นมันมาแทนที่ในหลายๆอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น USB, HDMI, DisplayPort, PCI Express และรวมไปถึงบรรดาพอร์ตเชื่อมต่อมาตรฐานต่างๆ และการถ่ายโอนไฟล์ขนาดใหญ่ในระยะใกล้ๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน ดังในวิดีโอด้านล่างนี้ครับ

 

 

สถานการณ์ล่าสุดของ WiGig นั้นยังอยู่ในสถานะยังไม่ผ่านการรับรองครับ แต่คาดว่าก็คงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะถึงขั้นโปรโมตกันซะขนาดนี้แล้ว

ที่มา : ArsTechnica

 

WiFi 802.11ac กำลังจะมาเป็นมาตรฐานหลักของการเชื่อมต่อในปีหน้า

ก่อนหน้านี้เราได้เคยนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการเชื่อมต่อไร้สายมาตรฐานใหม่อย่าง 802.11ac กันไปแล้ว ซึ่งก็เป็นที่คาดการณ์กันว่าจะเริ่มมาให้เราได้เห็นกันในท้องตลาดในช่วงปลายปีนี้ เนื่องจากปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการทดสอบอยู่ ล่าสุดทางผู้บริหาร Broadcom ได้ออกมาเปิดเผยแล้วว่าตัวมาตรฐาน 802.11ac นี้จะเริ่มมาให้เราได้เห็นกันในตลาดก็ช่วงปีหน้า หรืออย่างช้าก็ในอีก 2 ปีข้างหน้าเลย โดยหลักๆก็คือจะมาแทนพวก 802.11b/g/n ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน
Broadcom-5G

ส่วนทาง Broadcom เองก็เตรียมปล่อยชิปรองรับการทำงานของ 802.11ac ของตนออกมาแล้ว ส่วนบรรดาอุปกรณ์เช่นพวก router ที่รองรับ 802.11ac ก็จะเริ่มมาในช่วงกลางปีนี้แล้ว นับว่าเป็นการเตรียมพร้อมเข้าสู่มาตรฐานใหม่กันล่วงหน้าระยะหนึ่งเลยทีเดียว นอกจากนี้บรรดา TV, Blu-ray Disc, Smartphone, Tablet ที่รองรับ 802.11ac ก็จะเริ่มเข้าสู่ตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ด้วย เตรียมนับถอยหลังกันได้เลยจ้า

ที่มา : Digitimes

 

802.11ac ว่าที่มาตรฐานใหม่แห่ง WiFi กำลังใกล้เข้ามาแล้ว

ในปัจจุบันการใช้ WiFi เรียกได้ว่าเป็นเรื่องปกติไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สังเกตได้จากปริมาณของอุปกรณ์ที่รองรับการเชื่อมต่อ WiFi และ WiFi Hotspot ที่มีให้ใช้งานมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าการที่จะทำให้มันทำงานได้อย่างราบรื่นก็จะต้องมีมาตรฐานกลางในการกำหนดและควบคุมรูปแบบการทำงาน ดังในปัจจุบันจะมีมาตรฐานที่เป็นที่นิยมใช้กันทั่วไปอยู่ 2 ตัวด้วยกัน ได้แก่ 802.11g และ 802.11n แต่ในช่วงปีหน้าเราน่าจะได้เห็นข่าวของ WiFi มาตรฐานใหม่นามว่า 802.11ac กันมากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะในขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบ คาดว่าเราน่าจะได้เริ่มเห็นการใช้งานจริงก็ในช่วงปลายปีหน้านู่นเลย จะยังไงก็ตาม เรามาทำความรู้จักกับ 802.11ac กันแบบคร่าวๆก่อนแล้วกันนะครับ
802-11ac

802.11ac ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพของการรับส่งคลื่น ทำให้ได้ผลลัพธ์คือความเร็วที่เพิ่มขึ้นจากเดิมมาก รวมไปถึงระยะที่ไกลขึ้นและสามารถทะลุผ่านสิ่งกีดขวางได้ดีขึ้น โดยคุณสมบัติของ 802.11ac ต่างจาก 802.11g และ 802.11n ดังในตารางด้านล่างนี้

มาตรฐาน ความถี่คลื่น ความกว้างช่องสัญญาณ ความเร็วสูงสุดที่ทำได้ รองรับ MIMO
802.11g 2.4 GHz 25 MHz 54 Mb/s ไม่รองรับ
802.11n 2.4 / 5 GHz 40 MHz 600 Mb/s รองรับ (3)
802.11ac 5 GHz 80 / 160 MHz 6.93 Gb/s รองรับ (8)
*** MIMO = Multiple-Input Multiple-Output คือการใช้เสามากกว่า 1 เสาในการรับ/ส่งสัญญาณ ยิ่งเสามากก็ยิ่งแรงขึ้น

จากในตารางก็จะเห็นได้ว่ามีการปรับความถี่คลื่นไปใช้ที่ 5 GHz กันหมด จากที่ในปัจจุบันยังมีอยู่ 2 ความถี่กันอยู่ และยังมีการเพิ่ม bandwidth ขึ้นมาเป็น 80 กับ 160 MHz อีก จึงช่วยให้ความเร็วในการรับส่งข้อมูลเพิ่มขึ้นมาก แต่ความเร็วสูงสุดที่อยู่ตารางนั้น จะต้องอยู่ในเงื่อนไขการใช้อุปกรณ์แบบสุดๆด้วยเช่นกัน นั่นคือตัว AP ส่งสัญญาณจะต้องมี 8 เสา และตัวรับสัญญาณจะต้องมี 2 เสาจำนวน 4 ชุดด้วยกัน จึงจะสามารถใช้งาน 802.11ac ได้ด้วยความเร็วเต็มที่ แต่กับการใช้งานของเราๆแบบทั่วไปน่าจะเป็นแบบตัว AP ส่งสัญญาณมี 2 เสา และตัวรับสัญญาณมี 2 เสาซะมากกว่า โดยความเร็วสูงสุดของ 802.11ac ที่จะสามารถใช้งานได้จะอยู่ที่

  • 867 Mb/s สำหรับความถี่คลื่น 80 MHz
  • 1.73 Gb/s สำหรับความถี่คลื่น 160 MHz

นอกจากความต่างในเรื่องของคลื่นที่ได้กล่าวไปแล้ว ยังมีอีกสิ่งที่ต่างกัน นั่นคือรูปแบบการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อจับใส่มากับคลื่นพาหะหรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่าการ modulation ซึ่งใน 802.11ac จะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยเปลี่ยนมาใช้ 256-QAM แทน 64-QAM ที่ใช้ใน 802.11n และยังมีเรื่องรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากที่ 802.11ac มีการพัฒนาขึ้น แต่คาดว่าเราคงไม่ค่อยได้สนใจเพราะมันไม่ค่อยอยู่ในชีวิตประจำวันซักเท่าไร ดังนั้นขอข้ามไปนะครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นเล็กเชอร์วิชา Network ไปซะก่อน328223-802-11ac-wi-fi

ซึ่ง 802.11ac นี้ เราน่าจะได้พบกับมันพร้อมอุปกรณ์ในช่วงกลางค่อนไปทางปลายปีหน้านู่นเลย ดังนั้นไม่ต้องงรีบร้อน ใครมีแผนจะซื้ออุปกรณ์ใช้งาน WiFi 802.11n อยู่แล้วละก็ ซื้อไปได้เลยครับ เพราะกว่า 802.11ac จะเป็นที่นิยมก็อีกนานโขอยู่ทีเดียว

ข้อมูล : Computer World, Wikipedia

 

สอบกลางภาคปฏิบัติการฟิสิกส์ทั่วไป 2

ตารางการใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 2,3 ประจำเดือนมกราคม 2555

ตารางการใช้ห้องปฏิบัติการ 2,3 ประจำเดือนมกราคม 2555
บริการเวลา 08.30 น. – 16.00 น.
ตารางการใช้ห้องปฏิบัติการ 2
[คลิกที่รูปเพื่อขยาย]
ตารางการใช้ห้องปฏิบัติการ 3
[คลิกที่รูปเพื่อขยาย]

Social Widgets powered by AB-WebLog.com.